พาหวานใจไปอังกฤษ (1)

ตั้งแต่เปิดคอลัมน์นี้เมื่อราวสิบปีก่อน ผมใช้ชื่อ Around & Outside ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ผมอยากเขียนเรื่องดีให้คุณอ่าน และเรื่องดีในแนวคิดของผม คือเรื่องที่เขียนแล้วคนเขียนมีความสุข จึงอยากตั้งชื่อคอลัมน์ให้กว้าง ครอบคลุมไว้ทุกอย่าง เผื่อบางระยะผมไม่อยากเขียนเรื่องใกล้ตัว จะเขียนเรื่องไกลตัวได้โดยไม่แหกคอกคอลัมน์

ระยะนั้นคือระยะนี้ แม้เกิดมาเป็นคนไทย อยากบอกเล่าพูดคุยเกี่ยวกับบ้านเมืองเรา แต่สถานการณ์รอบตัวที่เกิดขึ้น ข่าวคราวที่ติดตามทุกวัน ทำให้ผมไม่สามารถเขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวอย่างมีความสุข เขียนไปเฮ้อไป อย่าเขียนดีกว่าเรา คุณผู้อ่านยังมีทางเลือกมากมายในเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองหรือเรื่องท่องเที่ยวในประเทศ ผมขอพาคุณไปเจอโลกดีกว่า

โลกของผมในครั้งนี้ เป็นประเทศอังกฤษ ดินแดนที่พวกเราคนไทยคุ้นเคยมากสุดก็ว่าได้ เพราะอังกฤษกับเรามีสัมพันธ์ยาวนาน เวลามีคนหนีโทษ ก็หนีไปที่นั่น ชื่อนักเตะในพรีเมียร์ลีกก็คุ้นหูเรา ไม่เชื่อลองเล่นเกมส์กับเด็กข้างบ้านสิครับ (พยายามเลือกเด็กสาว ปฏิเสธเด็กชาย) ผลัดกันพูดชื่อ คุณพูดชื่อรัฐมนตรีไทย เด็กพูดชื่อนักบอลพรีเมียร์ลีก ใครจะหมดมุกก่อนกัน ผมลองมาแล้ว แพ้เด็กมาแล้ว (ผมพูดได้ห้าชื่อ เด็กพูดมาห้าสิบชื่อและยังไม่จบ เด็กถึงกับท้าให้พูดชื่อรัฐมนตรีแข่งกับชื่อกรรมการฟุตบอล ผมยังแพ้เลยครับ)

ความที่เราคุ้นเคยกับอังกฤษปานนั้น ทำให้แต่ละปีมีคนไทยไปประเทศนี้เกือบ 45,000 ราย ทั้งไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ หรือไปทำอะไรก็ตามเถิด ผมอยากเป็นหนึ่งในนั้นมานาน เพิ่งจะสบโอกาสก็ครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่า ค่าเงินปอนด์ตกต่ำมากสุดในรอบหลายปี บางช่วงเหลือต่ำกว่า 50 บาทต่อหนึ่งปอนด์ ค่าเครื่องบินแบบบินตรงที่เคยสูงระดับห้าหมื่นอัพเมื่อต้นปีก่อน หล่นฮวบเหลือแค่สามหมื่นกลางตอนผมจองตั๋ว (27,000 บาท บวก 9,000 บาท ราคานี้หมดเขตไปแล้ว แต่อาจมีมาเป็นระยะ) เศรษฐกิจตกต่ำยังทำให้ค่ารถค่าโรงแรมหล่นฮวบ เรียกว่าไปตอนนี้ถูกกว่าไปเมื่อสามปีก่อนเพียบ (ค.ศ.2006 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 1 ปอนด์เกิน 70 บาท)

เมื่ออังกฤษลดต่ำจนผมเอื้อมถึง แผนการจึงถูกตระเตรียมไว้ เริ่มต้นด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อซื้อตั๋วไปดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีก บอกอย่างนี้คุณคงร้องเอ๋ ไหงจองตั๋วบอลก่อนไปขอวีซ่า แต่บอลต้องดูแน่ครับ เพราะมีบางคนเค้าเข่นมา บอกว่าผีหรือจะสู้หงส์ (บางคน – เค้าเป็นบก.หนวดแห่งนิตยสาร mars ว่าง ๆ ก็มาเขียนให้ “ผู้จัดการ”) การซื้อตั๋วบอลยังช่วยให้เรามีหลักฐานในการขอวีซ่าง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมียอดเงินในสมุดบัญชีเช่นผม จะย้อนหลังหกวันหรือหกเดือน ยอดเงินเศร้าหมองทั้งนั้น ตั๋วดูบอลจึงช่วยได้ กอปรกับโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบละเอียดยิบ วันไหนไปไหนนอนที่ใด พร้อมกับใบจองโรงแรมของทุกคืนในทุกเมือง รวมกับพาสปอร์ตเก่าอีกสองเล่ม (เพื่อดูว่าเราเคยไปประเทศไหนมาบ้าง) แคชเชียร์เช็คค่าขอวีซ่ามูลค่า 3,380 บาทอีกหนึ่งใบ ตั๋วเครื่องบินไปกลับระบุวันที่เรียบร้อย ผมหอบของทั้งหมดไปอาคารรีเจนท์ ถนนราชประสงค์ (ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ใกล้ AUA)

การขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษอาจยุ่งยากสำหรับบางคน ผมเคยอ่านเรื่องคุณป้าท่านหนึ่ง เสียเงินไปหลายหมื่นบาท เพื่อขอให้บริษัทนายหน้าทำวีซ่าให้ แต่ไม่เป็นผล จนต้องเปลี่ยนบริษัทสองสามครั้ง คำแนะนำของผมคืออาจไม่ยากปานนั้น ขอเพียงเราเตรียมหลักฐานทั้งหมดไว้ให้พร้อม หากมีจดหมายรับรองการทำงานยิ่งดีใหญ่ เสร็จแล้วก็ไปยื่นด้วยตัวเอง เค้าจัดระบบไว้ดีมาก หากคุณจองผ่านอินเตอร์เน็ต มีเวลานัดเรียบร้อย ไปตอนนั้นเข้าไปยื่นเอกสารได้เลย แต่ผมดันจองไม่ทัน เพราะคิวเต็มไปสามอาทิตย์ ขืนรอก็ไม่ต้องไป เลยต้องเสี่ยงไปเข้าคิวยื่นเอง ไม่ยุ่งยากเลยครับ ไปให้ถึงก่อนแปดโมง นั่งรอเข้าคิวไว้ เค้าเปิดตอนเก้าโมง เรียงคิวกันเข้าไปในห้อง รับบัตรคิวแล้วนั่งรออีกชั่วโมงเศษ ไปยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ อาจต้องถ่ายภาพใหม่ เพราะเค้ามีกติกาต้องใช้กระดาษถ่ายภาพเท่านั้น แต่เค้ามีบริการถ่ายภาพให้ (แพงหน่อยแต่ถึงเวลานั้นก็ไร้ทางเลือก) เสร็จแล้วเชิญเข้าไปสแกนนิ้ว จ่ายเงินค่าบริการให้เจ้าหน้าที่เพื่อส่ง SMS มาบอกเราให้ไปรับพาสปอร์ต รออีกสี่ห้าวันทำการ แค่นั้นก็เรียบร้อย รายละเอียดของการขอวีซ่า เชิญที่ www.vfs-uk-th.com ย้ำว่าค่าวีซ่าต้องซื้อเป็นแคชเชียร์เช็คเท่านั้น ต้องโหลดเอกสารมากรอกล่วงหน้าให้เรียบร้อย (ยาวเหยียดเชียวล่ะ) เตรียมโปรแกรมท่องเที่ยวพร้อมใบจองโรงแรมผ่านอินเตอร์เน็ต (จองได้ยกเลิกได้) แล้วก็...จองคิวล่วงหน้าสบายกว่าเยอะ

ระหว่างรอวีซ่า ผมหาเวลาว่างศึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอังกฤษ จนพอสรุปได้ พวกเราชาวไทยคิดไปด้วยเหตุผลหลายประการ อันดับแรกคือไปดูอาคารบ้านเรือน อังกฤษเป็นประเทศเก่าแก่ แต่ผมแยกง่าย ๆ เป็น 3 แหล่ง ของเก่าจริงระดับกว่าพันปี จุดที่น่าสนใจ ได้แก่ สโตนเฮจด์ หินอะไรเอ่ยตั้งเป็นวงมาแล้วร่วมห้าพันปี โรงอาบน้ำของโรมันโบราณที่เมือง Bath (ชื่อเมืองกลายเป็นชื่อห้องอาบน้ำในภาษาอังกฤษ) และเฮเดรียนวอล กำแพงเก่าที่กั้นอยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษ ใกล้พรมแดนสก็อตแลนด์ สร้างมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเฮเดรียนแห่งโรมัน

ของเก่ายุคต่อมา อยู่ในระดับหลายร้อยปี มีทั้งโบสถ์ทั้งวังทั้งป้อมปราการ หลายแห่งรวมกันอยู่ในลอนดอน เช่น หอคอยลอนดอน มหาวิหารเวสมินสเตอร์ บางแห่งต้องดั้นด้นไปไกล เช่น มหาวิหารและสวนน้ำตกเมืองยอร์ค ของเก่าพวกนี้ดูขรึมขลังเมื่อมองจากภายนอก แต่ต้องยอมรับว่า ศิลปะวัฒนธรรมของอังกฤษจะโดดเด่นในยุคกลาง ไม่ใช่ยุคเรอเนสซองส์ ความเชื่อทางศาสนายังทำให้วิหารหรือโบสถ์ไม่ประดับประดางดงามเต็มเหยียด หากใครตามผมไปฟลอเรนซ์ คิดจะเห็นภาพเช่นนั้นอีกในอังกฤษ ต้องบอกว่า คุณผิดหวังครับ

ของยุคสุดท้ายคือยุคใหม่หน่อย อังกฤษมีชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น ลอนดอนอายหรือสะพานมิลเลเนี่ยมเป็นตัวอย่างชั้นยอด ยังรวมถึงตึกหลายแห่งที่ข้างนอกเก่าแก่ระดับหลายร้อยปี แต่เค้าเก็บไว้แค่เปลือก ข้างในถูกเปลี่ยนแปลงจนทันสมัยเจี๊ยบ เป็นการอนุรักษ์ของเก่าที่น่าทึ่ง สถาปนิกหรือวิศวกรหลายคนจึงจบจากประเทศนี้

แม้การไปดูของเก่า อาจทำให้เราผิดหวังอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดถึงพิพิธภัณฑ์ ต้องยอมยกนิ้วให้ National Gallery ของอังกฤษสู้อิตาลีหรือฝรั่งเศสไม่ได้แน่ครับ Science Museum แม้จะน่าตะลึง แต่ผมเคยไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่มิวนิก ใจเอนเอียงไปทางเยอรมันมากกว่า แต่ใจเป๋มาหาอังกฤษเต็มตัว เมื่อเข้า British Museum รวมของดี (ที่เรายึดมา) จากทั่วทุกมุมโลก บางแห่งถึงขั้นขนจนเหี้ยน เช่น แพนธีออนแห่งกรีก มาดูที่นี่ที่เดียว เหมือนได้ท่องโลกโบราณทั่วพิภพ

สำหรับสุดยอดพิพิธภัณฑ์ในความคิดผม ได้แก่ Natural History Museum หรือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ที่นี่แหละครับสามารถใช้คำว่าระดับโลกได้อย่างเต็มปาก โดยเฉพาะช่วงที่ผมไป เป็นช่วงสุดท้ายของนิทรรรศการชาร์ล ดาร์วิน ครบรอบ 200 ปี ผมเคยเขียนเรื่องสั้น ๆ เกี่ยวกับเขาใน “ผู้จัดการ” มีโอกาสได้ไปเห็นของจริง แค่ดูก็ขนลุกซู่แล้วครับ ยังไม่นับไดโนเสาร์นับร้อย ทั้งบนบกในทะเล นกโดโด้ก็มีให้ดู มีแม้กระทั่งวาฬสีน้ำเงิน สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดเท่าตัวจริง นอนอมยิ้มอยู่กลางอาคาร ในบรรดาทุกสถานที่ไปเยือนในอังกฤษ จะมีก็ที่นี่แหละที่ผมขนลุกจริง

จะว่าไป มีอีกที่ขนลุกเหมือนกัน แต่ไม่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์อะไรเลย แต่เป็นสนามบอลครับ ผมผู้ซึ่งเป็นสาวกผีมาตั้งแต่เรียนประถม (อ่านสตาร์ซอคเกอร์ตั้งแต่เล่มแรก ๆ ยังมีฉบับยักษ์รวมทั้งปีอีกตั้งหลายเล่ม) การไปโอลด์แทรฟฟอร์ดเติมเต็มความฝัน ขนยิ่งลุกใหญ่เพราะไปวันที่แมนยูชนะแบบมันส์หยด (เฉือนวิลล่า คุณ ๆ หลายคนคงได้ดูเนอะ)

สาเหตุอีกประการที่อาจเป็นจุดหมายของสาว ๆ สาวกโซฟี (โซฟี คินเซลลา ผู้เขียน “คำสารภาพของสาวนักช้อป”) ผมยินดีนำเสนอ Bicester Village (อ่านว่า “บริสเตอร์” ตามคำให้การของหนุ่มนักเรียนอังกฤษ) เป็นเอาท์เล็ตอยู่นอกเมืองอ็อกฟอร์ด อยู่ห่างจากลอนดอนขับรถชั่วโมงครึ่ง ภายในมีร้านแบรนด์นับร้อย กระหน่ำลดราคาสาแก่ใจ สาวใดอยากศึกษาข้อมูลล่วงหน้า เตรียมพาคู่บ่าวไป ขอเชิญคลิกที่ www.bicestervillage.com แต่ถ้าคุณหวังอยากเห็นห้างหรูจริง คุณต้องไปแฮร์รอดส์ ห้างสรรพสินค้าใหญ่หรูและโด่งดังที่สุดในโลก

สาเหตุสุดท้ายอาจเป็นของแถม คือการชมวิวทิวทัศน์ ห้ามฝันถึงความงามหยดปานสวิตเซอร์แลนด์หรืออีกหลายประเทศในยุโรป แต่ที่เด็ดกว่าคืออาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารจีน เช่น เป็ดย่าง เป็ดอะโรมาติก หอยเชลล์ หอยหลอดยักษ์ ในย่านเบย์วอเตอร์ รวมถึงร้านขนมกรุ้มกริ่มใจ Laduree ร้านขนมสัญชาติฝรั่งเศส เปิดทำการในห้างแฮร์รอดส์ มีขนมมาการองส์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโลกา

ทั้งหมดนั้น คือบางส่วนที่ผมจะพาคุณไปพบเจอ ในอีกหลายสัปดาห์ถัดจากนี้ไปครับ

เรื่องที่น่าสนใจ: 
พาหวานใจไปอังกฤษ (2)
Your rating: None Average: 3 (2 votes)

Comments

ได้ความรู้เพียบเลยค่า

ได้ความรู้เพียบเลยค่า

ชอบจังเลยครับ ติดตามเว็บนี้มา

ชอบจังเลยครับ
ติดตามเว็บนี้มาเรื่อยๆ เหมือนได้ไปอยู่อังกฤษเลย
ขอให้เขียนบทความดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะครับ
:)