พาหวานใจไปเมืองบาธ (1)

ติดค้างกันไว้กับการเที่ยวในประเทศอังกฤษ ผมกับหวานใจท่องเที่ยวในลอนดอนจนเกือบครบ ถึงตอนนี้ เราพร้อมเดินทางออกนอกเมือง แต่บังเอิญผมดันตั้งชื่อซีรี่ส์ผิด แทนที่จะใช้คำว่า “พาหวานใจไปลอนดอน” ดันตั้งชื่อครอบจักรวาล ครั้นจะดำเนินเรื่องต่อ มีหวังพาหวานใจไปอังกฤษยี่สิบตอนก็ไม่จบ จึงใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเฉพาะสถานที่ไม่เปลี่ยนหวานใจ อย่างหนนี้เราจะไปเมืองบาธ

บาธเป็นเมืองสุดเลิฟ บางคนถึงกับยกนิ้วให้ นี่แหละเมืองเล็กน่าเที่ยวสุดในอังกฤษ ระยะทางก็ไม่ไกลครับ จากลอนดอนมุ่งหน้าไปทางตะวันตกประมาณ 180 กิโลเมตร มีรถไฟไปที่นั่นทุกวัน ทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับก็มีให้เลือกซื้อหา แต่มากับหวานใจทั้งที จะไปนั่งกุมมือกันกลางฝูงชนก็คงไม่เหมาะ ผมจึงเลือกเทคนิคขับรถเที่ยวเอง

การขับรถในเมืองนอกเป็นเหมือนการลองรัก เมื่อครั้งยังไม่เคยทำ เราก็กล้า ๆ กลัว ๆ จีบใครก็เขินไปหมด แต่ลองแล้วติดใจแล้ว กลายเป็นจีบดะไม่เลือกหน้า สมัยก่อนผมก็ไม่กล้าขับรถเที่ยวเอง กลัวไปสารพัด เผอิญมีอยู่ช่วงหนึ่งใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก ขับรถเกือบรอบออสเตรเลีย จากนั้นก็ติดใจ ไปไหนก็พยายามหาทางขับรถเที่ยว ขนาดไปซาฟารีในแอฟริกา ข้าพเจ้ายังเช่ารถมาขับปุเลง ๆ ไล่กวดสิงโต เอาไว้ช่วงปีหน้า แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก ผมจะนำเสนอซีรี่ส์เรื่องการขับรถซาฟารีในประเทศนั้น

อังกฤษเป็นประเทศที่ขับรถทางเดียวกับประเทศเรา ปัญหาหนักอกข้อแรกจึงหมดไป เพราะยังไงเราก็มองซ้ายมองขวาถูกทาง ไม่เหมือนอีกหลายประเทศในยุโรปที่ขับตรงกันข้ามกับบ้านเรา ถ้ามีรถคันอื่นนำหน้า เราก็ตามเค้าไป แต่บางเวลาไม่มีรถนำ แล้วตูข้าจะตามใครดีหว่า ผมเคยขับรถผิดเลนบนเทือกเขาแอลป์ เกือบโดนรถสวนชนตกเหว

อังกฤษยังเป็นประเทศที่มีรถให้เช่ามากมาย กรณีนี้ผิดกับอีกหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เค้าไม่ค่อยมีรถให้เลือก รถก็รุ่นล้าหลังเมืองไทย แต่ถ้าไปอังกฤษ จะเอาแบบไหนขอให้บอก ปอร์เช่เรอะ เฟอรารี่เรอะ มีตังค์เช่าได้ทั้งนั้น ราคาถูกแพงแล้วแต่อัตราค่าแลกเงิน ยังเกี่ยวกับช่วงวันหยุดหรือฤดูกาลในอังกฤษ ผมไปในช่วงค่าเงินปอนด์ตกต่ำ แถมยังเป็นเวลาที่คนไม่ค่อยเที่ยว รถที่เมืองไทยขายคันละเกือบห้าล้าน ที่นั่นเช่าวันละ 3,500 บาท เอกสารที่เค้าต้องการก็ไม่มาก แค่มีบัตรเครดิตกับใบขับขี่สากล เสียเวลาพูดคุยเซ็นเอกสารไม่กี่นาที แค่นี้ก็ปร๋อแล้วครับ

ผมมีคำแนะนำบางประการ เริ่มจากอยากให้คุณเช่ารถเครื่องดีเซล ประหยัดทั้งน้ำมันทั้งค่าเช่า รถในยุโรปยุคนี้ ครึ่งหนึ่งก็ใช้ดีเซลทั้งนั้น แรงบิดก็ดีวิ่งขึ้นเขาสบาย รถบางยี่ห้อมีเครื่องเนวิเกเตอร์ติดมาด้วย นอกจากบอกเส้นทางเหมือนเครื่องในบ้านเรา เค้ายังมีข้อมูลต่าง ๆ ส่งมาตลอด ลักษณะเป็นตัววิ่งในจอ เช่น แยกนั้นมีอุบัติเหตุ ให้หลีกเลี่ยงไปเข้าแยกโน้น รถติดตรงไหนก็บอกกันทันใด ยังช่วยเตือนเราเวลาเข้าใกล้กล้องจับความเร็ว นอกจากนี้ คุณควรอยู่ในลอนดอนให้น้อยเข้าไว้ เพราะในเมืองมีค่า Central London Congestion Charges ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 07.00-18.00 น. เป็นไอเดียของท่านผู้ว่าลอนดอน เพื่อป้องกันรถติดและมลพิษ ตอนแรกก็โดนบ่นตรึม แต่ตอนนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วครับ เวลาเราเช่ารถ เค้าจะถามเวลาเข้าออกลอนดอนให้แน่ชัด เสร็จแล้วก็คิดเงินคุณเพิ่ม วันละเกือบสิบปอนด์ แต่คุณควรบอกตามจริง ไม่เช่นนั้น กล้องจับภาพรถคุณได้ เสียค่าใช้จ่ายอานเชียวนะนั่น

ถ้าใครต้องการประหยัด เช่ารถเล็กไม่มีระบบนำทาง หรือหวาดเสียวกลัวเจอเครื่องหลอก (ผมเคยเจอที่อิตาลีตอนห้าทุ่มเศษ จะไปโรงแรม เครื่องพาเข้าสุสาน) ลองคลิกเข้าไปเช็คเส้นทางล่วงหน้าที่ www.theaa.com/route-planner/index.jsp เขียนชื่อเมืองเป้าหมายลงไป เค้าจะมีทั้งแผนที่ทั้งคำแนะนำตลอดเส้นทาง ขับผ่านอะไรตรงไหน เลี้ยวที่ไหน ถนนช่วงนี้จำกัดความเร็วเท่าไหร่ มีปั๊มระยะไหนบ้าง ทุกอย่างบอกไว้เสร็จสรรพ สามารถสั่งพิมพ์แล้วเก็บมาใส่แฟ้ม เอามาเปิดดูตอนเที่ยว ข้อมูลละเอียดยิบจนอยากให้หน่วยงานของท่องเที่ยวไทยทำบ้าง ของแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวผู้ไม่รู้เหนือใต้ได้เยอะครับ

ผมเป็นคนขับรถเร็ว ปัญหาสำคัญอยู่ที่ความเร็วที่เค้าอนุญาต ยิ่งในอังกฤษหรืออีกหลายประเทศ เค้ามีการจำกัดความเร็วหลายย่าน บางแห่งให้ขับแค่ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากเราพลาดไป ไม่ต้องกลัวตำรวจ เพราะเค้าจะมีกล้องคอยดักจับความเร็ว จากนั้นก็ชาร์จมาในค่าเช่ารถ ไม่จ่ายก็ไม่ได้ เพราะเรามัดจำเงินไว้ล่วงหน้าแล้ว ทางออกที่ผมนิยม คือการขับรถตามคันที่เร็วกว่าเราบนท้องถนน แต่วิธีนั้นใช้กับอังกฤษไม่ได้ เนื่องจากรถที่เร็วกว่าผม เป็นพวกปอร์เช่หรือเฟอรารี่ วิ่งกันฟิ้ว ๆ เกลื่อนดีแท้ รุ่นน้องคนหนึ่งชอบรถจริงจัง มาขับรถเที่ยวในอังกฤษ บอกว่าพี่ครับ ผมชอบมากครับ รถอะไรต่อมิอะไร เคยเห็นในเมืองไทยแค่หน้านิตยสาร อย่างเก่งก็จอดอยู่แถวทองหล่อวันอาทิตย์ แต่มาอยู่บนถนนเมืองนี้ เห็นเค้าใช้กันเพียบ โดยเฉพาะวันหยุด รถสปอร์ตจะออกเพ่นพ่านตามเส้นทางสู่ชนบทรอบลอนดอน

ขับรถบนถนนหลักของอังกฤษ เทคนิคง่ายสุดคือรักษาความเร็วไม่เกิน 70-80 ไมล์ต่อชั่วโมง ถนนหกถึงแปดเลนเรียบสบาย แม้จะมีการซ่อมทางอยู่บ้าง ก็มีป้ายเตือนล่วงหน้าเป็นโยชน์ ไม่ใช่พุ่งพรวดเข้าเกือบชนคนงานแล้วค่อยรู้ตัว ถนนแบบนี้เป็นมอเตอร์เวย์ ไม่มีการตัดผ่านย่านชุมชน หิวข้าวหรืออยากแวะปั๊ม ต้องแวะ Service Area ที่มีอยู่เป็นระยะ เค้าจะมีป้ายบอกล่วงหน้าหลายไมล์ เหมาะมากสำหรับคนที่ขับรถเที่ยวกับหวานใจผู้ไม่อยู่สุข เอะอะก็จะเข้าห้องน้ำบ้าง กินกาแฟบ้าง อยากช้อปปิ้งบ้าง เอาใจยากจังทูนหัว

ผมเกริ่นเรื่องขับรถเที่ยวไว้แค่นี้ก่อน เพราะมีเรื่องขออนุญาตบอกเล่า หลังจากข้าพเจ้าเป็นคอลัมนิสต์ให้ “ผู้จัดการรายวัน” เมื่อ 15 ปีก่อน อัพเกรดมาทำรายการวิทยุให้ “สถานีผู้จัดการ” อยู่หลายปี ท้ายสุด เราพัฒนามาถึงรายการทีวี “เที่ยวกับธรณ์” ออกอากาศทาง ASTV News 1 ทุกเช้าวันเสาร์ 08.30-09.30 น. ในรายการมีผมเป็นพระเอก (แหงล่ะ) มีผู้ร้ายหนึ่งคน เป็นบก.หนวดแห่งนิตยสาร mars สำหรับนางเอกเรากะว่าจะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ตอนนี้เป็นน้องออยสาวน่ารักจาก ASTV

รายการสองตอนแรกออกอากาศไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการไปท่องกรุงโรมและนครวาติกัน ตอนต่อไปจะพาเที่ยวตามทางรถไฟสายน้ำแข็ง ไปลูเซิร์นและยอดเขาต่าง ๆ ในสวิส ออกอากาศเสาร์นี้ คุณผู้สนใจติดตามย้อนหลัง เชิญคลิกไปดูรายการย้อนหลังใน www.manager.co.th/vdo เมนูด้านซ้ายบอกรายการทั้งหมด ของผมอยู่รองบ๊วย นับว่าเป็นจุดเริ่มที่ดี (อย่างน้อยก็ไม่บ๊วยนิ)

คุณ ๆ ชมแล้วมีข้อเสนอแนะประการใด ขอเชิญที่ Thontour@gmail.com แค่สองตอนแรกออกอากาศก็มีคนส่งมาหลายร้อย ผมยังไม่กล้าเปิดดู ใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ยังไงพิกล จึงขออภัยในความผิดพลาดมา ณ ที่นี้ จะพยายามให้มากขึ้นครับ

เรื่องที่น่าสนใจ: 
พาหวานใจไปเมืองบาธ (2)
เรื่องที่น่าสนใจ: 
พาหวานใจไปอังกฤษ (1)
Your rating: None Average: 4.3 (4 votes)