ภูฏานตระการตา (9)
สำหรับชาวภูฏาน ศาสนาเป็นมากกว่าที่พึ่งทางจิตใจ เพราะตามความเชื่อในนิกายลามะ (Lamanism) ผู้นำทางศาสนาเป็นทั้งผู้นำทางโลกและทางธรรม “ซอง” จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่วัด แต่ยังเป็นป้อมประจำเมือง ภายในมีทั้งเขตฆารวาส เช่น กระทรวงต่าง ๆ และเขตสังฆวาส หรือวัดเล็กวัดน้อยแยกย่อยออกไปตามอาคาร แม้ปัจจุบัน ภูฏานจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่บางซองยังคงความสำคัญเช่นนี้ โดยเฉพาะซองแห่งนครทิมปู เมืองหลวงของภูฏาน
ทิมปูซองสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ต่อมาเมื่อท่านซับดรุงเข้ามาภูฏาน ท่านปรับปรุงซองขึ้นใหม่ ตั้งชื่อว่า ตาชิโซซอง (Tashicho Dzong) หรือ “ป้อมปราการแห่งศาสนา” แต่ภายหลังเกิดไฟไหม้ จึงถูกทิ้งร้างมานับร้อยปี จวบจนกษัตริย์จิกมี ดอร์จิ วังชุก (กษัตริย์องค์ที่ 3) โปรดให้ย้ายเมืองหลวงมาที่ทิมปู จึงบูรณะซองในส่วนเดิม สร้างเสริมในส่วนใหม่ ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ที่นี่จึงเป็นที่ตั้งของสำนักราชเลขาธิการ กระทรวงมหาไทย กระทรวงการคลัง ฯลฯ
ผมเริ่มทำความรู้จักกับซองนี้ โดยมองลงมาจากมุมสูงเหนือไหล่เขา ไกด์ของเราเลือกที่จอดรถชมวิวได้เหมาะเหม็ง ผมเห็นซองชัดเจน อาคารสีขาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยอาคารสูงสองชั้นเสมือนเป็นกำแพงรั้ว ตามมุมเป็นตึกสูงสี่ห้าชั้น หลังคาสีแดงซ้อนกันเป็นชั้น ชั้นบนเป็นสีเหลือง บนสุดคือหอเล็กหลังคาสีทอง เป็นรูปแบบมาตรฐานของซองทั่วภูฏาน ตรงกลางเป็นลาน ใช้ในงานเทศกาลเตชู หรือเทศกาลเริงระบำสวมหน้ากาก อีกส่วนเป็นตึกสูงหลายชั้น ถือเป็นเขตของสังฆวาส ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไป (ตึก – หมายถึงตึกสไตล์ภูฏาน อย่าคิดถึงตึกสมัยใหม่ ประเทศนี้ไม่มีตึกสไตล์นั้นจ้ะ)
มุมหนึ่งของซองติดกับแม่น้ำทิมปู เห็นน้ำเป็นสีฟ้า เคียงข้างด้วยนาสีทองอร่าม เลยไปนิดเป็นหมู่ตึกเตี้ย ๆ ที่ไม่ใช่เมือง เพราะซองอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมานิดหนึ่ง ที่สำคัญคืออาคารทางขวามือ อยู่ท่ามกลางดงไม้ใหญ่ จนแทบไม่เห็นหลังคา นั่นคือวังที่ประทับของเจ้าชายจิกมี หรือพระเจ้าจิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ดูแล้วคุณอาจสงสัยว่า ทำไมวังเล็กจัง ?
ผมก็สงสัย จนไปถึงเมืองพาโร เห็นวังที่นั่น เอ๋...ทำไมใหญ่กว่าวังที่ทิมปูอีกล่ะ ? คำตอบมีอยู่ว่า วังทิมปูเป็นที่ประทับของกษัตริย์เคซาร์เพียงเท่านั้น ราชนิกูลองค์อื่นจะประทับอยู่ในวังอื่น อย่างเช่นในทิมปู มีวังอยู่สูงเหนือภูผา แต่ถ้าเป็นวังพาโร จะเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ จึงมีขนาดใหญ่กว่า ด้วยเหตุประการฉะนี้เอย
นอกจากซอง ในภูฏานยังมี Monasteries หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คนภูฏานใช้คำว่า Lhakhang ผมใช้คำว่า “วัด” พอกล้อมแกล้ม เหตุที่ต้องแยกออกมา เพราะวัดเหล่านี้ไม่ใช่ป้อมปราการ ไม่มีสถานที่ราชการ ในภูฏานมี “ห้าวัดสุดยอด สี่ซองต้องไป” ข้อมูลนี้อาจไม่ปรากฏในหนังสือเล่มอื่น แต่ถ้าวัดจากสแตมป์และโปสการ์ดของชาวภูฏาน นี่แหละครับคือเป้าหมายของนักเที่ยว
ห้าวัดสุดยอด ประกอบด้วย Taktsang (พาโร) Kichu (พาโร) Kurjey (บุมตัง) Jambay (บุมตัง) Dorchu la (ถนนระหว่างทิมปู-ภูนาคา เป็น Chorten หรือเจดีย์) สี่ซองต้องไป ประกอบด้วย Jakar (บุมตัง) Trongsa (ตรองสา) Paro (พาโร) Punakha (ภูนาคา) ใครไปครบเค้าว่าได้บุญเยอะนะ แต่ถ้าคุณมาทัวร์ 5 วัน หายไปตั้งหลายแห่งแน่ะ (ตรองสา บุมตัง ไม่รวมอยู่ในทัวร์ระยะสั้น)
อ่านไปอ่านมา อ้าว...แล้วทิมปูซองล่ะ ? แฮ่ม เค้าไม่รวมไว้ครับ ไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ยังมีอีกหลายซองใหญ่โต แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ เช่น วังดีซอง เพราะซองชั้นยอดต้องมีเอกลักษณ์ เช่น ตรองสาซองมีแผนผังเป็นเอกลักษณ์ ยังมีจุดเด่นที่รูปแบบศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมแท้จริง ตลอดจนตำแหน่งที่ตั้งไม่ธรรมดา
จะเจ๋งหรือไม่เจ๋ง ทิมปูซองก็เป็นแห่งแรก ข้าพเจ้าอยากไปแล้วล่ะ แต่ซองมีสถานที่ราชการอยู่ภายใน เค้าเลยห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าก่อนเวลา 5 โมงเย็น ไม่งั้นเดี๋ยวไปเกะกะกีดขวางการทำงาน อย่าคิดว่ายุ่งยากนะครับ เพราะก่อนปี 1993 เราเข้าซองไม่ได้ด้วยซ้ำ ได้แต่ยืนดูอยู่ข้างนอก พลางบ่นพึมพำด้วยความเศร้า เคราะห์ดีที่ผมไม่ต้องเศร้า แม้ต้องรอเวลา เราก็ไปเตร็ดเตร่เที่ยวดูเมืองทิมปูในจุดต่าง ๆ เช่น National Memorial Chorten แม้ไม่รวมอยู่ใน 9 แห่งต้องไป แต่ผมรับประกัน ใครที่มาทิมปู ยังไงเสียต้องมา Chorten หรือเจดีย์แห่งนี้
เจดีย์ของภูฏาน เท่าที่ผมเห็น มีอยู่ 3 แบบ อย่างแรกเป็นเจดีย์สไตล์ทิเบต สร้างจากหินนำมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ขนาดเล็ก มักอยู่ข้างถนน โดยเฉพาะในเขตป่าเขา แบบที่สองเป็นสไตล์เนปาล เจดีย์มีตา เหมือนกับเจดีย์สยมภูนาถ (swayambhunath) แบบที่สามจะเป็นเจดีย์สไตล์ภูฏานอย่างแท้จริง National Chorten มีลักษณะเช่นนี้ เจดีย์แบ่งเป็น 5 ส่วน เริ่มจากด้านล่าง เป็นฐานเหลี่ยม หมายถึงธาตุดิน ส่วนนี้รวมมาถึงห้องชั้นแรกและชั้นสองขององค์เจดีย์ ถัดขึ้นไปเป็นทรงโดม หมายถึงธาตุน้ำ บนยอดเป็นฉัตร 13 ชั้น หมายถึงธาตุไฟ บนสุดเหนือฉัตรเป็นสัญลักษณ์พระอาทิตย์และพระจันทร์ หมายถึงธาตุลม สำหรับธาตุสุดท้ายตามความเชื่อของคนภูฏาน คือชีวิตหรืออากาศ ไม่ต้องมีครับ เพราะเหนือเจดีย์ย่อมเป็นอากาศอยู่แล้ว
เนื่องจากเป็นแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกที่เราเจอ แค่เห็นประตูทางเข้าก็สวยแล้วจ้า กรอบด้านข้างเป็นภาพวาดลายมังกรสีทองกำลังทะยานขึ้นฟ้า มีหมู่เมฆาลอยเป็นกระจุก กรอบไม้ด้านบนเป็นกวางทองสองตัว มีธรรมจักรอยู่ตรงกลาง เป็นภาพที่คุ้นตา หากคุณเคยไปวัดโจคังที่เมืองลาซา ทิเบต มีกวางทองเด่นเป็นสง่า จนทัวร์ไทยเรียกวัดกวางทอง ทิเบตกับภูฏานนับถือศาสนานิกายเดียวกัน เจอกวางที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
สาวน้อยส่งเสียงถามไถ่ ต้องการตัวเธอเป็นแบบไหม พอผมส่ายหน้า เพราะอยากได้สาวภูฏานในชุดพื้นเมืองมากกว่า เธอก็เดินทะลุเข้าไปข้างใน อีกไม่กี่แว่บต่อมา เธอไปเดินร่วมขบวนกับชาวภูฏาน ผู้กำลังทำทักษิณาวรรต หรือเดินเวียนขวาตามเข็มนาฬิการอบเจดีย์ นับว่ากลมกลืนได้เร็วดีมากน้องเอ๋ย เมื่อผมตามเข้าไป สาวบอกว่าจะเดินให้ครบสิบรอบ ตามที่ตั้งใจไว้ เท่านี้ก็ได้บุญโขแล้วพี่ธรณ์
คนภูฏานเคารพศรัทธาในศาสนา พระธรรมคำสวดจะอยู่ในความคิดแทบทุกนาที เค้าจะตั้งเป้าหมาย เช่น จะสวดมนต์สรรเสริญ “โอม มณี ปัทเม หุม” วันละ 500 ครั้ง เขาก็ทำเช่นนั้น บ้างก็ตั้งจิต ชั้นจะเดินวนรอบเจดีย์ 100,000 รอบ ภายในเวลา 1 ปี เมื่อมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เค้าตรงดิ่งมาที่เจดีย์ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินวนพร้อมสวดมนต์ไปด้วย ขนาดเราแวะกลับมาตอนดึก ยังมีผู้คนเดินอยู่เป็นร้อย นั่นคือรากเหง้าความเป็นมาที่ทำให้ประเทศนี้สงบและมีความสุข
ถ้าเราอยากเห็นผู้คนในกรุงเทพ เราไปห้างไปโรงหนัง ถ้าเราอยากเห็นผู้คนในทิมปู เราไปเจดีย์ สองประโยคนี้คงพอบ่งบอกบางอย่างได้
สำหรับผู้อยากเห็นศิลปะโบราณวิจิตพิสดาร เจดีย์เพิ่งสร้างมาได้ไม่นาน ในสมัยของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ กษัตริย์องค์ที่ 3 สมเด็จปู่ของเจ้าชายจิกมี พระองค์ตั้งใจว่า จะทำนุบำรุงศาสนา เริ่มจากการหล่อพระพุทธรูป 1,000 องค์ (สัญลักษณ์แทนกาย) จากนั้นก็จัดทำพระไตรปิฎกตัวอักษรทอง (สัญลักษณ์แทนวาจา) ท้ายสุด พระองค์ตั้งใจจะสร้างเจดีย์ (สัญลักษณ์แทนใจ) แต่เสด็จสวรรคตในค.ศ.1972 อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นตามพระราชประสงค์ เจดีย์จึงถูกสร้างขึ้นในค.ศ.1974 โดยบรรจุพระสรีรังคารของพระองค์ไว้ภายใน (พระสรีรังคาร – สรีรคือร่างกาย อังคารคือเถ้าถ่านของคนเมื่อเผาแล้ว ความหมายสรีรังคารคือเถ้าถ่านและพระอัฐิ)
ชมเจดีย์เสร็จแล้ว ถึงเวลาแดดร่มลมตก เราจะไปเที่ยวซองแห่งแรกในทริปภูฏานกันครับ
Facebook